ข้อควรรู้ก่อนไปเรียนอเมริกา

Last updated: Mar 18, 2020  |  41 จำนวนผู้เข้าชม  |  ข่าวสารและโปรโมชั่น การเตรียมพรอม

 ข้อควรรู้ก่อนไปเรียนอเมริกา

รู้ไว้ก่อนสบายใจกว่า เพื่อป้องกันการตัดสินใจพลาด

และเสียเงินไปฟรี ๆและยังเสียเวลาอีกด้วย เพราะฉะนั้นการหาข้อมูลและศึกษา ประเทศที่เราอยากไปเรียนต่อให้ละเอียดว่า

 ระบบการศึกษาของอเมริกาเป็นอย่างไร
 โปรแกรมที่อยากเรียนมีเปิดสอนในเมืองที่อยากไปเรียนไหม
 ศึกษาไลฟ์ไสตล์ของคนอเมริกัน, วัฒนธรรม, ภูมิอากาศ, ระบบขนส่งสาธารณะ, ความปลอดภัย  ของละแวกที่พักและสถาบันการศึกษาไม่ควรห่างไกลกันมากนัก
 ในช่วงระหว่างเรียน สามารถทำงาน Part-Time ได้ถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ 
 เป้าหมายหลังเรียนจบของน้องนักเรียนต้องการเป็นหรือทำอะไร
พี่แนะนำเลยควรวางแผนให้ชัดเจน ทำให้เราเข้าใกล้เป้าหมายได้ง่ายขึ้น เมื่อทราบแล้วลุยเลยค่ะ
  • ดูก่อนว่าระบบการศึกษาเป็นอย่างไร
  • เลือกโปรแกรมเรียนใช่ตอบโจทย์ก่อนตัดสินใจ
  • เช็คก่อนว่าทำงานได้มั้ยอย่างไร
  • และวางแผนหลังจากเรียนจบ




#ระบบการศึกษา

มาตรฐานระบการศึกษาของอเมริกาจัดว่าอยู่ในเกณฑ์ที่สูงเลยทีเดียว ทั้งอาจารย์ นักวิชาการที่มีชื่อเสียงที่มาจากทุกมุมโลกได้มาอยู่รวมกันที่นี่ ที่เด่นๆ ของระบบการศึกษาของอเมริกาก็คือ บรรยากาศในห้องเรียน ให้นักเรียนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็น โต้เถียงเพื่อแสดงจุดยืนของตนเอง มีส่วนในการสนทนาและนำเสนองานของตนเอง หากน้อง ๆ ชอบไสตล์การศึกษาแบบอเมริกาอย่ารอช้าค่ะ บินไปเรียนต่อที่อเมริกาด้วยกันดีกว่า

#เลือกโปรแกรมเรียนที่ใช่ ช่วยตอบโจทย์ก่อนตัดสินใจ


เมื่อน้องนักเรียนได้เลือกโปรแกรมที่ใช่ได้แล้ว ขั้นตอนถัดมาตรวจสอบคุณสมบัติที่แต่ละสถาบันการศึกษาได้กำหนดการรับเข้าเรียน เพื่อตรวจสอบตนเองว่าคุณสมบัติพร้อมที่จะเข้าเรียนในสถาบันนั้น ๆ หรือยัง หากทุกอย่างพร้อมทั้งผลการเรียน คะแนนผลสอบด้านภาษาที่สถาบันได้กำหนดก็ลุยได้เลยค่ะ
 
แต่หากน้องยังขาดคุณสมบัติบางประการ น้อง ๆ ควรปรึกษา ผู้ที่มีความเชี่ยวชาญด้านการเรียนต่อต่างประเทศเพื่อได้รับคำแนะนำที่ถูกต้อง และช่วยให้นักเรียนตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ว่าจะเรียนในโปรแกรมใดก่อนไหม เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเข้าเรียนในระดับมหาวิทยาลัย 

เช็คก่อนทำงานในอเมริกาได้ไหม

นักเรียนประเภทวีซ่า F-1 เมื่อน้องได้ศึกษาในวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัย สามารถทำงานได้ในสถาบันนั้นๆ เป็นการทำงานแบบ Part-time มีการจำกัดชั่วโมงการทำงานต่อสัปดาห์ 

อีกกรณีคือเมื่อจบการศึกษา จะได้ฝึกงาน 1 ปี หรือเรียกว่า OPT (Optional Practical Training) เพื่อให้นักเรียนต่างชาติได้มีโอกาสฝึกงานภาคปฏิบัติในสาขาวิชาที่ได้เรียนมา เป็นประสบการณ์การทำงานอย่างจริงจังกับบริษัทในอเมริกาและในสภาพแวดล้อมที่มีแต่คนอเมริกัน
 
ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีเยี่ยมเลยใช่ไหมล่ะคะ นักเรียนบางคนผลงานการฝึกงานเป็นที่น่าพอใจของบริษัทในอเมริกา มีโอกาสถูกจ้างงานต่อเป็นพนักงานประจำก็มีนะคะ เริ่มมองเห็นลู่ทางแล้วใช่ไหมคะ 


#วางแผนหลังเรียนจบ


เมื่อเรียนจบหากน้องนักเรียนเป็นผู้ได้โอกาสถูกจ้างงานต่อ คุณคือผู้โชคดี เพราะโอกาสที่ได้นี้ เพื่อน ๆ หลายคนก็พลาดไม่ได้ไปต่อ 

สำหรับน้องๆ ที่ได้มีโอกาสกลับมาไทย อยากทำงานอาชีพที่เกี่ยวกับภาษาอังกฤษที่ได้เรียนมา  เพื่อสานต่อเป้าหมายหรือความฝัน จะมีผลงานจากการทำงานที่ระบุไปใน Resume แล้วว่าได้ผ่านการทำงานที่อเมริกามาก่อน สามารถพูด เขียน อ่านภาษาอังกฤษได้ นับว่าเป็นการโชว์ผลงานชิ้นโบว์แดงให้บริษัทที่ไทย ได้เห็นศักยภาพว่าได้เคยทำงานร่วมกับคนอเมริกันมา
 
เพราะการทำงานร่วมกับคนอเมริกันนั้น มีความกดดันสูง จึงทำให้ผู้สัมภาษณ์หรือบริษัทได้เห็นความอดทนของน้อง ๆ สามารถรับมือกับปัญหาได้ทุกสถานการณ์ มองเห็นอนาคตแล้วใช่ไหมคะว่าสดใสเพียงใดเมื่อได้ไปเรียนต่อในต่างประเทศ ที่ได้ทั้งภาษาและโอกาสดี ๆ แบบนี้

เรียนต่อต่างประเทศได้อะไรมากว่าที่คุณคิด รู้แบบนี้แล้ว ไปหาโปรแกรมเรียนกันเลยคะ “

  


ถ้าพร้อมแล้ว Let’s Go


 รู้แบบนี้แล้วรอช้าอยู่ใย รีบตามหาโปรแกรมที่ใช่ ประเทศที่โดน แล้วไปพัฒนาศักยภาพในตัวกันเลยค่ะ พี่ๆ ABROADY ได้แนบลิ้งค์เพื่อให้น้อง ๆ พี่ ๆ ได้เข้าไปเพื่อสามารถเช็ค

 โปรแกรม ประเทศ และราคาได้ด้วยตัวเองด้านล่างนี้ พร้อมสามารถกดจองโปรแกรมที่สนใจไว้ได้เลย หากมีข้อสงสัยด้านการไปเรียนต่อต่างประเทศสอบถามทีมงาน ABROADY ได้ตลอดเวลาคะ


 Click อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง 








Powered by MakeWebEasy.com