รีวิวชีวิตเด็กไทยเรียนต่ออเมริกา

รีวิวชีวิตเด็กไทยเรียนต่ออเมริกา

 

รีวิวชีวิตเด็กไทยเรียนต่ออเมริกา

พี่เลือกไปเรียนภาษาอังกฤษที่เมืองลอสแอนเจลลิส (Los Angeles) รัฐแคลิฟอร์เนีย (California) ประเทศสหรัฐอเมริกา ก่อนไปเลยหาอ่านรีวิวจากหลายเว็บไซต์ ต่างก็ประสบพบเจอเรื่องราวที่แตกต่าง กันออกไป

นี่เป็นครั้งแรกเลยค่ะที่พี่ได้เดินทางออกนอกประเทศ ยิ่งตื่นเต้นไปกันใหญ่เพราะต้องลาออก จากงานเพื่อเป้าหมายใหญ่  ที่ต้องห่างครอบครัว ห่างบ้านกว่า 8,124 ไมล์ นั่งเครื่องกว่า 20 ชั่วโมง ก่อนไปอเมริกาตอนนั้นไม่เข้าใจลึกซึ้งจนมาพบเจอด้วยตัวเอง OMG! นี่แหละชีวิตนอกกรอบที่สนุกมาก มีทั้งหัวเราะทั้งร้องไห้ ดราม่าไปต่าง ๆ นานา แต่เอาเป็นว่าโคตรคุ้มจริงๆ 



“บินเดี่ยวต่างประเทศครั้งแรกในชีวิต”


1 ทำไมตัดสินใจไปเรียนต่อต่างประเทศ


เริ่มแรกขอเกริ่นก่อนค่ะ ตั้งแต่เด็กจนโตเรียนจบปริญญาตรีที่ไทย ไม่เคยมีซักครั้งที่จะมีการวาง แผนไปต่างประเทศเพราะคิดว่าคงไม่ได้ไปและไปไม่ได้ จนเมื่อวันหนึ่งนั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ ที่ทำงานแล้วรู้สึกว่า อยากสนุกมากกว่าสิ่งที่ทำอยู่ตรงหน้า จึงลุกเดินไปข้างนอกเห็นเครื่องบิน บินผ่านหัวเราไป จึงเกิดความสงสัยว่าเค้าไปไหนกันนะ ไปทำอะไรกัน เป้าหมายไปลงที่ไหนกัน ในหัวสมองแว่บขึ้นมา “ไปเรียนต่างประเทศดีมั้ย” แต่เงินที่มีอันน้อยนิด ประกอบกับความคิด ที่ติดอยู่ในหัวว่าใช้เงินเป็นล้านถึงจะได้ไป เห้อคงหมดหวัง! ตอนนั้นไม่คิดไรมาก ปล่อยผ่าน แต่ต่อมางานก็เริ่มน่าเบื่อ เลยตัดสินใจหาข้อมูลอีกครั้ง

จนไปเจอรีวิวคนที่เคยไปเรียนต่อที่ต่าง ประเทศมา ใช้เงินไม่เยอะก็ไปเรียนต่อได้ หลังจากนั้นเริ่มสืบเหมือนโคนันเลย พอได้ข้อมูลมา ครบ แต่ติดเรื่องการทำวีซ่าเพราะไม่อยากพลาดหรือได้รับการปฏิเสธจากสถานทูตอเมริกาจึง เริ่มมองหาเอเจนซี่ช่วยทำเรื่องวีซ่าให้จนผ่านการสัมภาษณ์วีซ่าได้ไปเรียนที่อเมริกาแล้ว


“ตอบคำถามเป็นภาษาอังกฤษก่อนเข้าLAอย่างเป็นทางการ”



#2 คำถามจาก ตม. ก่อนเดินเข้า USA เป็นทางการ


เจ้าหน้าที่ทักทายก่อน สแกนนิ้วและม่านตา แล้วถามต่อ มาทำอะไรที่นี่ จึงตอบไปว่ามาเรียน ภาษาอังกฤษ เจ้าหน้าที่ถามแค่นี้ค่ะ แล้วก็ประทับตาพร้อมกับคืนสมุดพาสปอร์ตให้ จึงตอบไป Thank You จริง ๆ ความรู้สึกตอนนี้กลัวและกังวลมาก กลัวเค้าถามเยอะและจะตอบเค้าได้ไหม เพราะตอนไปครั้งแรกภาษาไม่ได้เลยค่ะ 


“เดินทางจากสนามบินไปที่พัก”


#3 จากสนามบินเดินทางไปที่พักยังไง 


ระหว่างหาข้อมูล มีคนแนะนำให้เข้ากลุ่มปิด “กลุ่มคนไทยในแคลิฟอร์เนีย” บนเฟซบุ๊คจึงได้ สอบถามในกรุ๊ปไปเรื่องมีแท๊กซี่คนไทยที่แอลเอมั้ย ค่าแท๊กซี่เท่าไหร่ เพราะตอนแรกที่ไป ยังมี ความกลัวเรื่องการเดินทางอยู่มากค่ะ แต่ตอนกลับไปเรียนต่อที่อเมริการอบสองสบายมากค่ะ โหลดแอพพลิเคชั่น UBER หรือ ​Lyft ไว้เรียกแท๊กซี่เองเลยค่ะ ยุคสมัยนี้สะดวกสบายมาก เรียกผ่านแอพได้เลย ค่าโดยสารจะหักผ่านบัตรนะคะ ไม่รับเงินสด ส่วน wifi มีให้บริการฟรีที่ สนามบินสำหรับทุกคน


“ชีวิตจริงโดยสมบูรณ์”



#4 อึ้งกิมกี่ไปกับละแวกบริเวณของที่พัก



ดูหนังของอเมริกาเยอะไปหน่อยค่ะ เลยคาดหวังมากไปหน่อย คิดว่าจะเจอคนอเมริกันใส่สูทผูก เนคไท้ มีตึกสวย ๆ มีร้านกาแฟชิค ๆ เมื่อก้าวเท้าลงจากแท๊กซี่ อึ้งไปเลย พูดกับตัวเอง ที่นี่ที่ไหน ตลกตัวเองมาก จริง ๆ ก็มีคล้าย ๆ ในหนังนะคะ เพียงแต่ละพื้นที่ก็จะมีความแตกต่างกันไป แต่ด้วยความที่ต้องประหยัดเพราะต้องคิดถึงเงินที่เตรียมมาไว้ใช้ในอนาคต ราคาที่ได้ถือว่าถูก กว่าในย่านที่เราอยากได้เหมือนในหนัง แชร์ห้องกับเพื่อนคนไทย เดือนละ $350 (10,500บาท) ถือว่าถูกนะคะ มีตั้งแต่ราคา $1000 - $4,000/เดือน หากเราไม่ชอบสามารถย้ายได้นะคะ แต่การ ย้ายก็อาจจะยุ่งยากซักหน่อย ขึ้นอยู่กับสัญญาที่เราจะได้ทำกับผู้ให้เช่า ส่วนใหญ่ระยะ สัญญา 1 ปี


*หาคนมาแชร์ห้องช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายได้มากเลยค่ะ 

“กินเหลือห่อกลับบ้านเป็นเรื่องปกติมาก”


#5 อาหารไทยที่ช่วงเดือนแรกกินไม่อร่อยเลย


ที่แอลเอร้านอาหารไทยรสชาติจัดมาก แต่ไม่ได้จัดแบบรสชาติเผ็ด เปรี้ยวอะไรแบบนี้นะคะ แต่ เป็นเค็มจัด หวานจัดค่ะ เพราะลูกค้าที่มากินนั้น ไม่ได้มีเฉพาะคนไทย ยังมีคนต่างชาติไปกิน และรสชาติที่ทำก็สำหรับลูกค้ากลุ่มใหญ่ ๆ  ดังนั้นรสชาติก็ปรุงให้ถูกปากคนในพื้นที่ค่ะ ราคา ต่อจานอยู่ที่ประมาณ $8 - $15 ราคาขึ้นอยู่กับเนื้อสัตว์ที่ต้องการ เช่น ไก่ หมู เนื้อ ทะเล อย่าพึ่ง ตกใจราคาไปนะคะ เพราะขนาดของอาหารต่อจานให้เยอะมาก ๆ ค่ะ กินไม่หมดสามารถห่อ กลับบ้านไปกินมื้อถัดไปได้ค่ะ 


*กินไม่หมดห่อกลับบ้านได้นะคะ เป็นเรื่องปกติมาก ๆ ค่ะ ประหยัดตังค์ไปอีกหนึ่งมื้อเลย


“ทิปพนักงานเสิร์ฟ”


#6 ให้ทิปพนักงานเสิร์ฟในร้านอาหาร


วันแรกที่มาถึง รูมเมทที่พักห้องเดียวกันก็เล่าประสบการณ์ที่เคยประสบพบเจอให้ฟัง ถือว่าเป็น คำแนะนำที่ดีมาก ๆ ค่ะ บอกวิธีเดินทางไปกลับที่พัก ให้ระแวดระวังคนแปลกหน้า ไปกินร้าน อาหารก็ให้ทิปด้วย (ขึ้นอยู่กับบางที่ที่ไปนะคะ) พี่ไปแอลเอ ให้ทิปถือว่าเป็นน้ำใจให้กับการ บริการของเด็กเสิร์ฟ ส่วนใหญ่ทิปให้ 5-20% ของราคาอาหารทั้งหมด ให้ก็ได้ไม่ให้ก็ได้นะคะ ไม่บังคับ แต่หากเป็นร้านใหญ่ ๆ ย่านใจกลางเมือง ในบิลค่าอาหารก็อาจรวมทิปอยู่ในนั้นแล้ว ก่อนจ่ายให้ดูในบิลก่อนนะคะ เดี๋ยวจะกลายเป็นให้ซ้ำไปซะนี่


“จะลงรถเมล์ป้ายหน้าแต่หาปุ่มกดไม่เจอ”


#7 นั่งรถเมล์ช่วงแรก ๆ ไม่มีทางนั่งเลยป้าย


ระยะทางจากที่พักไปโรงเรียนห่างไปประมาณ 15 - 20 นาที ปกตินั่งรถเมล์ก็จะมีงัวเงียเผลอ หลับบ้าง แต่จำได้เลยช่วงแรกไม่กล้าหลับ ตื่นตัวตลอดเวลา นั่งนับป้ายรถเมล์เลยทีเดียว  เพราะกลัวหลงนั่งเลยป้าย เพราะภาษาตอนนั้นก็ยังไม่ได้ นึกย้อนไปตลกตัวเองเหมือนกันแต่ว่า ไม่ต้องกังวลไปเพราะไม่ว่าจะเป็นรถเมล์หรือรถไฟใต้ดิน รถเมล์จะมีเสียงแจ้งอัติโนมัติก่อนถึง ป้ายกับถึงป้ายแล้ว 


อ่อ! อีกอย่างรถเมล์ที่แอลเอ หาปุ่มกดก่อนลงรถเมล์ไม่เจอ เพราะเค้าจะมีเส้นเหมือนเชือกลาก ยาวตลอดทั้งคันเพื่อให้เราดึงได้สะดวกไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงส่วนไหนของรถก็แล้วแต่ 
*บัตรโดยสาร นักเรียนสามารถทำได้ ราคาจะถูกว่าจ่ายเหมารายเดือนค่ะ 


“ฝึกเป็นคนมีระเบียบวินัย”



#8 ฝึกวินัยไปเรียนให้ทันเวลา


เมื่อเริ่มเข้าสัปดาห์ที่สามของการไปเรียน ร่างกายเริ่มชินกับเวลาตื่นนอน แบ่งจัดสรรเวลากับ รูมเมท ใครจะอาบน้ำก่อนหลัง เพราะต้องไปโรงเรียนพร้อมกันและต้องไปให้ทันเวลาที่รถเมล์ มาด้วย เวลาการมาของรถเมล์ค่อนข้างจะตรงมาก บวกลบไม่เกิน 5 นาที จึงจำเป็นต้องทำเวลา กันนิดนึงไปให้ทันเรียนเพื่อไม่ให้กระทบกับเวลามาเรียน ไม่ให้ต่ำกว่า 80-85% 


“ปะทะสายตาอย่างมั่นใจ”


#9 เริ่มปะทะสายตากับครูผู้สอน


เรียนสัปดาห์แรก ๆ ไม่กล้าสบตาครูเลย  กลัวครูถามในใจได้แต่ภาวนา อย่าถามเรา! ข้ามไปเลย! แต่ด้วยโรงเรียนสอนภาษาที่ไปเรียนเค้าอยากให้เด็กได้ภาษาจริงจัง ครูผู้สอนจะ คอยสังเกตุการณ์นักเรียน หมั่นถามเราบ่อย ๆ  โดยที่เรารู้ตัวอีกทีก็เผลอคุยโต้ตอบได้เอง แปลกใจตัวเองเหมือนกัน กล้าคุยเป็นภาษาอังกฤษตั้งแต่เมื่อไหร่เนียะ แต่มีความภาคภูมิใจ ในตัวเองมาก ที่ลงทุนไปไม่สูญเปล่าจริง ๆ ค่ะ


“คุยไปคุยมา สนุกแหะ”



#10 คอเริ่มแห้ง พูดในห้องเรียนเยอะ


อ้าวคราวนี้ เริ่มมั่นใจ เริ่มเข้าใจ เริ่มกล้าพูด พูดไม่หยุดเลยที่นี้ พูดทั้ง ๆ ที่ไม่ถูกหลักไวยากรณ์ ครูผู้สอนไม่เคยห้ามเลย อยากพูดอะไร พูดไปเลย เมื่อถึงเวลาเรียนจะมาแก้ไขและแนะนำให้ค่ะ ทำให้เริ่มสังเกตุตัวเองว่าที่เริ่มพูด ฟัง อ่าน เขียนได้ ก็เรียนรู้จากสิ่งที่ผิดพลาดมาก่อน อีกอย่าง สำเนียงอเมริกันก็มาจ้า เพราะหูเริ่มกระดิก 555 ได้ยินคนท้องถิ่นพูดคุยกันตลอดเส้นทางที่ไม่ ว่าจะไปไหนก็ได้ยินแต่พูดคุยภาษาอังกฤษ เลยเริ่มจำคำ ๆ นั้นว่าเค้าอ่านว่าหรือพูดว่ายังไง เห้ย มันดีมาก ๆ เลยแก สิ่งแวดล้อมรอบ ๆ ตัวที่เต็มไปด้วยภาษาอังกฤษ สำหรับพี่มันมีอิทธิพล ต่อการพัฒนาภาษาของเรามาก และควรใช้เวลากับเพื่อนต่างชาติให้มากกว่าเพื่อนคนไทยช่วย ได้เยอะเลย


“มั่นใจในตัวเองและกล้าที่จะพูดมากขึ้น”



#11 บุคลิกดูดีและมั่นใจมากขึ้น


เมื่อเรามีความมั่นใจกล้าที่จะคุยและรับฟังมากขึ้น ไม่หลบสายตา ไม่เขินอาย เราจะมีเสน่ห์ขึ้น มาเลย ทำให้บุคลิกดี มีแต่คนอยากคุยด้วย เพราะคนแอลเอค่อนข้างเป็นมิตรมาก อาจได้ เพื่อนอเมริกันเพิ่มขึ้นแถมได้ฝึกภาษาสำเนียงอเมริกันที่แท้จริงอีกด้วย


“ออกกำลังกายกัน”


#12 เริ่มฝึกเดินกลับจากโรงเรียนไปบ้าน


เอ๊ะ! อย่าพึ่งคิดไปต่าง ๆ นานา อีกอย่างที่พักของพี่ไม่ได้ไกลมากด้วย อีกอย่างช่วงฤดูหนาว ต้องการแดดมาก หาความอบอุ่นให้ร่างกาย เลยเดินชิล ๆ ได้ ที่พี่จะบอกคือคนแอลเอชอบเดิน และชอบออกกำลังกาย เพราะบรรยากาศมันได้ค่ะ ไม่ได้แออัดฝุ่นควันเยอะเหมือนที่ไทยเรา อีกอย่างสังเกตุได้ว่า คนแอลเอขับรถแต่ไม่เปิดแอร์แถมเปิดกระจก ระหว่างที่ขับรถด้วยนะคะ ในใจพี่ครั้งแรกที่เห็น คือ คิดในใจ (คิดในใจบ่อยนะ555) โอ๊ย ถ้าเป็นที่ไทยนี่สำลักทั้งควันรถ สำลักฝุ่น pm 2.5 ไปแล้ว น้องคงจินตนาการตามพี่แล้วใช่มั้ย ว่าอากาศจะดีขนาดไหน 


“อยู่อเมริกาเป็นแม่ศรีเรือนด้วยนะ”


#13 ฝึกทำกับข้าวไปกินที่โรงเรียน


แม่ศรีเรือนต้องมา เมื่อซับเริ่มจาง ที่แอลเอมีตลาดไทยค่ะ พี่เดินไปจ่ายตลาดได้สบายมาก ห่างออกไปเพียง 10 นาที ส่วนใหญ่เวลาที่ทำกับข้าวจะเป็นหลังเลิกเรียนถึงบ้านทำกับข้าว แค่ครั้งเดียว ทำเผื่อมื้อเช้าวันถัดไปเลยค่ะ ก่อนไปเรียนก็อุ่นไมโครเวฟเอา ทำเอง กินเอง อร่อยเอง นักเลงพอ 5555


“Happiness”

#14 เรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกันในห้องอย่างสันติสุข


การใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันในอเมริกาเป็นให้เป็นไปอย่างสนุกสนานและราบรื่น ไม่ว่าน้องคนไหนก็ ตามหวังให้เป็นแบบนั้น เพื่อนในห้องที่พักด้วยกัน เค้าอาจจะไม่ได้ดั่งใจหรือถูกใจแบบที่ เราต้องการไปซะทุกอย่าง บททดสอบอีกเรื่องที่ต้องเจอ เพราะแทบจะใช้เวลาในห้องนี่กันนาน เป็นปีเลย ง่าย ๆ เลย คือการเอาใจเค้ามาใส่ใจเรา หรือควรมีกฎที่ทุกคนเห็นดีเห็นงาม พร้อมใจที่จะทำตามกฎนั้น ๆ หากมีห้องนอนเป็นของตัวเอง ต่างเคารพสิทธิ์กันและกันไม่ ก้าวก่ายพอเข้าใจ แต่ส่วนที่เป็นพื้นที่ส่วนรวม เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องครัว หรือห้องน้ำ

ที่ต้องมีการจัดเวลาช่วยกันทำความสะอาด หรือไม่ปล่อยทิ้งเลอะเทอะ หลังจากใช้แล้ว หากไม่มี กฎหรือพร้อมที่จะช่วยกันตรงจุดนี้ ดูเป็นปัญหาเล็ก ๆ แต่มันอาจจะบานปลายใหญ่โตได้นะคะ บรรยายมาซะยืดยาวเลย เพราะเคยเกิดขึ้นมาแล้วกับตัวเอง ครั้นจะไปเช่าอยู่คนเดียวก็จ่าย ค่าเช่าแพงไปค่ะ 5555


“ไปแตะขอบฟ้ากัน”


#15 วันหยุดนั่งรถเมล์ไปให้ไกลกว่าเดิม ไกลอีก ไกลได้อีก


รอทุกอาทิตย์ เมื่อไหร่จะวันหยุด เพราะจะได้ไปเที่ยว ที่เที่ยวในแอลเอ เยอะนะคะ สถานที่ ที่ได้รับความนิยมหากอยู่ในเมืองแอลเอ ก็จะเป็นพิพิธภัณฑ์ (Meseum) เช่น The Broad,  Griffith Park Observatory, The Getty Center เป็นต้น แต่เที่ยวมาหมดแล้ว อยากไปเที่ยวให้ไกลกว่าเดิมอีก เลยออกไปทางริมหาด ที่ห่างออกจาก Santa Monica Pier ไปอีก เช่น Malibu Surfrider Beach, Manhattan County Beach, Hermosa Beach, Venice City และ Zuma Beach เป็นต้นค่ะ

นั่งรถเมล์ นั่งรถไฟ ยาว ๆ เทียบริมชายหาดไปยาว ๆ เลยค่ะ รถเมล์มีนะคะแต่อาจต้อง ต่อหลาย สายหน่อย หรือหากมีรถค่อนข้างสะดวกกว่า สามารถขับไปเมืองอื่น ๆ ได้ เช่น Santa Barbara, San Diego, San Francisco หรือจะขับไป Las Vegas รัฐ Nevada ก็ไปได้ค้างซักคืนนึงกำลังดีเลย หรือนั่งเครื่องบินไปต่างรัฐ ได้สะดวกอีกเช่นกันเพราะ คนในอเมริกาเดินทางโดยเครื่องบินกันก็เยอะ อเมริกาใหญ่มากจริง ๆ ค่ะ 


“เรียนภาษาซ้ำชั้น”


#16 เรียนซ้ำ Level 


ตอนที่รู้ผลว่าสอบไม่ผ่าน ไม่ได้เลื่อน Level ที่สูงขึ้นก็นอยด์นะ จริง ๆ ไม่ยากนะคะ  พี่สอบ ไม่ผ่าน ในช่วงระดับแรกเท่านั้น ยังจับทางไม่ได้ เพราะหูตายังไม่เปิด 555 อารมณ์เหมือนปิด กั้นมาก ๆ เลยทำให้เราพลาดไปแบบที่ไม่ควรพลาด เลยลองเปิดใจ ว่าเรามาที่นี่เพื่อมาทำอะไร เป้าหมายคืออะไร มองซ้ายขวา จะปรึกษาใครดี สับสนมาก เหมือนเป็นช่วง 6 เดือนแรกที่เด็ก ไทยต้องเจอกับบททดสอบอย่างหนัก (คนไทยที่แอลเอส่วนใหญ่เค้าพูดกัน) หากใครพ้น 6 เดือนไปถือว่ารอดอยู่ต่อได้สบาย 555 พี่ก็อยากรอดเพราะทิ้งงานที่เคยทำมาไม่อยากถอยหลัง เลยเลือกที่จะเดินหน้าต่อไป พี่เอาใจช่วยเด็กไทยทุก ๆ คนนะคะ อย่าท้อสู้ต่อไปค่ะ


“วิทยาลัย หรือ Community College”


#17 ย้ายเข้าเรียนใน Community College 


หลังจากเรียนที่ Private School แล้วย้ายไปเรียนภาษาที่ Community College ใกล้แถวบ้าน คือ Los Angeles Community College (LACC) ทำไมไปเรียนภาษาต่อที่นั่นอีก เพราะว่า อยากได้ความแน่นของภาษายอมไปเริ่มเรียนใหม่และอยากได้ความเป็นวิชาการเพิ่มขึ้นไปอีก เอาจริง ๆ ก็ต่างกันตรงกิจกรรมของ Private School เยอะกว่า

แต่ก็เรียนมากกว่าทำกิจกรรม นะคะ กิจกรรมส่วนใหญ่จะทำทุกวันศุกร์เท่านั้น  ส่วนในเชิงการสอนใน College นั่นแน่นจริงค่ะ ได้สังคมของเด็กนักเรียนในวิทยาลัยด้วย ตอนที่เรียนนั้นครูสอนที่เป็นคนอเมริกันและคน อังกฤษเพลินเลยค่ะเหมือนได้เรียนภาษาอังกฤษแบบสองสำเนียง แต่ก็ยังอยู่ภายใต้ระบบการ ศึกษาและการสอนแบบอเมริกา

"มีเจ้าหน้าที่คนไทย"


#18  มีเจ้าหน้าที่คนไทยประจำอยู่ช่วยเหลือให้คำแนะนำเด็กไทย


ใน Private School ส่วนใหญ่นั้นมีเจ้าหน้าที่พูดไทยได้ ส่วน Community College บางแห่ง มีคนไทยนะคะ แต่ที่พี่ไปเรียนไม่มี ต้องติดต่อดำเนินเรื่องเองทั้งหมด ตอนแรกคิดว่าไปเรียนที่ วิทยาลัยนี้แล้ว จะไม่เจอเด็กไทยแต่ว่าผิดคาดค่ะ เจอคนไทยแต่ก็น้อยนะคะ เมื่อเทียบกับ โรงเรียนสอนภาษาทั่ว ๆ ไป พี่เลยอยากแนะนำหากอยากเรียนภาษาไม่จำเป็นต้องเรียนแค่ โรงเรียนสอนภาษาเอกชนเท่านั้น

ในวิทยาลัยส่วนใหญ่เปิดสอนภาษาสำหรับนักเรียนต่างชาติ ด้วยนะคะ ราคาพอ ๆ กับโรงเรียนสอนภาษาเลย แต่ถ้าน้องคนไหนสนใจอยากเรียนต่อ ก็ปรึกษาทางวิทยาลัยได้ค่ะ บางแห่งรับเข้าเรียนต่อโดยที่ไม่ต้องยื่นหรือใช้คะแนนใด ๆ ขึ้นอยู่ กับเงื่อนไขของแต่ละสถาบัน 


"ไม่สนอายุอยากเรียนอะไรก็เรียนได้"



#19 การศึกษาแบบอเมริกาที่น่าสนใจ

สิ่งที่พี่ชอบในการศึกษาแบบอเมริกาคือ อายุไม่เป็นอุปสรรคต่อการเรียนใด ๆ ทั้งสิ้นและไม่ จำกัดการเรียนเฉพาะสาขาถึงจะเข้าเรียนคณะนี้ได้ น้อง ๆ รู้ว่าตัวเองชอบหรือไม่ชอบเรียน อะไรตั้งแต่ตอนไหนกัน ยกตัวอย่างพี่เลยยังสับสนอยู่ ในขณะนั้นเหมือนเป็นการบังคับเลือก เส้นทางที่จะเดินตั้งแต่ช่วงระดับมัธยม คิดอยากจะเรียนคณะที่อยากเรียนในแต่เรียนไม่ได้ เพราะไม่ได้จบสายวิทย์-คณิตมา ทางเลือกเข้าสู่มหาวิทยาลัยของรัฐบาลในตอนนั้นน้อยมาก ถูกจำกัดโดยคุณสมบัติที่แต่ละสถาบันกำหนดขึ้นมา 

 

"มีทั้งข้อดีและประสบการณ์ชีวิตใหม่ในต่างแดน"


#20 รีวิวข้อดีและข้อเสียที่ได้จากการไปเรียนต่อต่างประเทศ 


ข้อดี

- ชีวิตที่เป็นอิสระมากค่ะ
- ทำให้เราโตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นและมีความรับผิดชอบสูงมาก
- มีความมั่นใจในตัวเองมากขึ้นในการพูดภาษาอังกฤษ
- ฝักใฝ่ที่จะเรียนรู้เมื่อมีความเข้าใจภาษาอย่างถ่องแท้
- มี Connection จากคนที่มาจากทั่วโลก
- หางานได้กว้างและมากขึ้น
- ผลตอบแทนสูงขึ้นเมื่อมีความชำนาญด้านภาษา
- แก้ไขปัญหาและตัดสินใจได้เด็ดเดี่ยว
- เที่ยวที่ต่างประเทศจะเห็นสิ่งใหม่จนได้ไอเดียใหม่ ๆ 
- มีกิจกรรมให้ทำเยอะขึ้นในประเทศที่มีอากาศหนาว


ข้อเสีย

- ข้อจำกัดของประเภทวีซ่าที่ถือ
- คิดถึงบ้าน เหงาตัวโต ๆ
- บางอย่างอาจไม่ได้เป็นแบบที่คาดหวังไว้
- Culture Shock
- อาจมีการถูกเหยียดเชื้อชาติ 
- คำนวณด้านการเงินให้ดี เพราะค่าครองชีพนั้นสูงเลยทีเดียว
- ยากที่จะพึ่งพาคนอื่นในต่างแดน

 

ถ้าพร้อมแล้ว Let’s Go


รู้แบบนี้แล้วรอช้าอยู่ใย รีบตามหาโปรแกรมที่ใช่ ประเทศที่โดน แล้วไปพัฒนาศักยภาพในตัวกันเลยค่ะ พี่ๆ ABROADY ได้แนบลิ้งค์เพื่อให้น้อง ๆ พี่ ๆ ได้เข้าไปเพื่อสามารถเช็ค



โปรแกรม ประเทศ และราคาได้ด้วยตัวเองด้านล่างนี้

 


พร้อมสามารถกดจองโปรแกรมที่สนใจไว้ได้เลย หากมีข้อสงสัยด้านการไปเรียนต่อต่างประเทศสอบถามทีมงาน ABROADY ได้ตลอดเวลาคะ

 

 

คลิ๊กอ่านบททความที่เกี่ยวข้อง

 เรียนต่อต่างประเทศ อเมริกา ต้องรู้

 ระบบการศึกษาอเมริกาเป็นแบบไหน 

 รีวิวเบื่องาน เหตุผลที่ไปเรียนต่ออเมริกา

 ข้อควรรู้ก่อนไปเรียนอเมริกา

 10 มหาวิทยาลัย Top Ranked ที่ราคาจับต้องได้ 

 ไปเรียน LA หรือ New York ดี?

 ไปเรียนภาษาที่อเมริกา 3 เดือนใช้เงินเท่าไหร่?

 ขอวีซ่านักเรียน อเมริกาอย่างไรให้ผ่านในครั้งเดียว

 วางแผนค่าใช้จ่ายในต่างแดน

 สัมภาษณ์วีซ่าอเมริกา เตรียมอะไรบ้าง

 

 

Powered by MakeWebEasy.com