ไปเรียน LA หรือ NYC ดีคะ?

ไปเรียน LA หรือ NYC ดีคะ?

ระหว่าง Los Angeles หรือ New York City ไปเรียนเมืองไหนดี?
 
เปิดดูลิสต์เมือง Top 5 ของอเมริกาที่อยากไปเรียนต่อของใครหลาย ๆ คนเชื่อว่า ต้องมีเมือง Los Angeles กับ ​New York อยู่ในลิสต์นี้แน่นอน เพราะอเมริกาเป็นดินแดนแห่งโอกาสและเสรีภาพ อีกทั้งระบบการศึกษาของอเมริกามีคุณภาพมาก
 
ในแต่ละเมืองจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ที่บ่งบอกความเป็น LA และ NYC น้องเริ่มสงสัยแล้วใช่มั้ยคะว่าไปที่ไหนดีน๊าา? ต่อจากนี้ปัจจัยต่าง ๆ ที่พี่กำลังจะพูดถึง การเลือกเมืองที่จะไปเรียนต่อแบบไหนกันที่เหมาะสมกับน้องๆมากที่สุดและเหตุผลอะไรที่ทำให้นักเรียนต่างชาติได้หลั่งไหลมาเรียนที่อเมริกากันมากมาย เอาเป็นว่าไปดูกันเลยค่ะ Let’s Go!!

 
 
 

 
 
ปัยจัยอะไรบ้างที่เราควรคำนึงถึงก่อนเดินทาง
  • อากาศ ประเด็นแรกนี้ต้องขอโยงเข้าเรื่องสุขภาพก่อนเลยค่ะ ถ้าน้อง ๆ ที่มีสุขภาพดีอยู่แล้วก็หมดห่วงไปได้เลย เลือกเมืองและอากาศที่ชอบ ถูกใจเท่านี้ก็พอแล้ว แต่สำหรับคนที่มีโรคประจำตัวหรือสุขภาพอ่อนแออยู่ที่หนาวหรือร้อนจัดไม่ได้ ปัจจัยนี้ให้คำนึงเป็นอย่างแรก

หากเลือกไปเมืองที่มีผลกระทบโดยตรงกับสุขภาพหรือโรคประจำตัวที่เป็นอยู่ อาจทำให้มีผลกับการเรียนและการดำเนินชีวิตได้ อาจหมดสนุกกันเลยทีเดียว แต่อย่างไรหากไปในครั้งแรกไม่ถูกใจ สามารถย้ายเมืองได้ค่ะ  เมืองที่อากาศเย็นสบาย ไม่หนาวจัด ไม่มีหิมะบนภาคพื้นดิน พี่แนะนำรัฐ เช่น California, Florida ติดทะเลไม่หนาวจัดค่ะ 
 
 
  • ค่าครองชีพ
    แพงหรือถูกขึ้นอยู่กับเมืองที่ไปเพราะแต่ละรัฐ Tax จะไม่เท่ากัน เช็คข้อมูลเมืองที่ไปอยู่เพื่อประเมินค่าใช้จ่ายคร่าว ๆ ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือน   LA และ NYC ถือว่าเป็นเมืองใหญ่ที่เป็นที่นิยมจากนักเรียนต่างชาติมากค่ะ ค่าครองชีพสูงกว่าเมืองอื่น ๆ แต่ก็ขึ้นอยู่กับย่านที่อยู่อาศัยอีกเช่นกัน จากข้อมูลจริงที่พี่ได้ไปเรียนต่อที่อเมริกามา และได้ศึกษามาจากหลาย ๆ แหล่ง ค่าครองชีพส่วนใหญ่ใน NYC ค่อนข้างสูงกว่า LA นะคะ 

  • การเดินทาง LA และ NYC ระบบขนส่งสาธารณะที่ดีและสะดวกมีให้บริการทั้งสองเมืองค่ะ แต่ NYC จะง่ายต่อการเชื่อมต่อไปต่างเมืองได้ง่ายกว่า LA  ก็คือเฉพาะแค่รอบนอกของ LA อาจจะต้องต่อหลายสายกว่าจะถึงที่หมาย  
เลือกใช้ได้เลยค่ะ ไม่ว่าจะรถไฟใต้ดิน (Subway/Metro) หรือรถบัส สถานีรถบัสจะให้ข้อมูลทั้งหมด ราคาตั๋ว ป้ายบอกเส้นทาง และมีตั๋วรายสัปดาห์โดยการเติมเงิน/ชำระตู้เติมเงินได้เลยค่ะสะดวกมาก สำหรับนักเรียนจะมีส่วนลด เติมเงินเป็นรายเดือนเป็นตัวเลือกที่ถูกกว่ามากค่ะ  
 
สำหรับ Taxi เรียกใช้บริการผ่าน Application บนมือถือได้เลยค่ะ โหลดไว้เลยค่ะมี UBER หรือ Lyft ปลอดภัย ไม่ออกนอกเส้นทาง รถวิ่งตามแอพฯ และราคาจ่ายตามจริงหักจ่ายผ่านบัตร ไม่รับเงินสดนะคะ

**Trick**  Application เพื่อใช้สำรวจเส้นทางหรือเช็คเวลารถเมล์/Subway ในอเมริกา จะมาถึงกี่โมง อันนี้มันดีมาก ๆ สำหรับน้อง ๆ ที่พึ่งไปและงงกับเส้นทาง เวลาที่บอกเวลาที่รถมาถึง บนแอพจะ +- 5 นาที และเส้นทางบนแอพก็ดูง่ายมาก แอพที่ใช้กันในอเมริกา เช่น Maps ของ iphone, Google Map, Waze และอื่น ๆ "


  • ที่พัก สำหรับนักเรียนต่างชาติจะมีอยู่ 2 แบบ 
  1. แบบแรกเป็นของสถาบันการศึกษาที่จัดหาให้ มี
    • Homestay ราคาอยู่ที่ $300-$500 ต่อสัปดาห์ (9,000 - 15,000บาทต่อสัปดาห์) ที่พักประเภทนี้น้องๆได้พัฒนาทักษะภาษาอังกฤษไปพร้อมกับการเรียนรู้วัฒนธรรมอเมริกันอย่างแท้จริง ส่วนใหญ่ครอบครัวอเมริกันจัดห้องส่วนตัวให้นักเรียน  พร้อมทั้งอาหารเช้า ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก ๆแถมได้ภาษาอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก
    • Dormitory/ Residence หอพักของสถาบันการศึกษา ราคาอยู่ที่ $350-$1,000 ต่อสัปดาห์ (10,000 - 30,000 บาทต่อสัปดาห์) สำหรับหอพักในมหาวิทยาลัยบางแห่งรวมค่าที่พักอยู่ในค่าเทอมหมดแล้ว
    • Apartment ราคาสูงกว่าแบบอื่น ๆ อยู่ที่ $400 - $1,500 ต่อสัปดาห์ (12,000-45,000บาทต่อสัปดาห์) ราคาอพาร์ทเม้นสถาบันการศึกษาจัดหาจะถูกกว่าจัดหาที่พักเองค่ะ 

  1. แบบจัดหาที่พักด้วยตนเอง ส่วนใหญ่จะเป็น Apartment  มีแบบ Studio, 1- 2 Bedroom ราคาหาที่พักเองค่อนข้างสูงกว่าสถาบันการศึกษาจัดหาให้ หากเลือกอยู่ในใจกลางเมือง ราคา $500-$1,000 ต่อสัปดาห์ (15,000-30,000 บาทต่อสัปดาห์) ห้องพักประเภทนี้ต้องอาศัยการดูแลรับผิดชอบค่อนข้างมาก
 
มีอีกช่องทางการหา Apartment จะมีกลุ่มของคนไทยในอเมริกาหรือ Website ประกาศหาผู้เช่าหรือมาแชร์ห้องทำให้ค่าเช่าห้องถูกลงไม่ต้องรับภาระจ่ายค่าห้องเองทั้งหมด ราคาถูกลงเหลือประมาณ $200-$300 ต่อสัปดาห์เท่านั้นค่ะ

  • ความปลอดภัย  แน่นอนที่ตั้งของโรงเรียนและที่พักที่ควรเลือกไม่อยู่ไกลจากกันมากเกินไป ทำให้ถึงที่หมายในระยะเวลาอันสั้น ความปลอดภัยในสถาบันการศึกษาทุกแห่งนั้นเข้มงวดมาก ๆค่ะ มีเจ้าหน้าที่ตรวจตราตลอดเวลา  พร้อมให้ความช่วยเหลือเสมอ หากเลือกที่พักเองความปลอดภัยเป็นสิ่งที่ต้องคำนึงถึงเป็นอันดับแรกเลย ถ้าราคาที่พักไม่ต่างกันมากเกินไป เลือกจ่ายมากกว่า เพื่อได้รับความปลอดภัยที่สูงกว่า จะได้ไม่เป็นข้อจำกัดของช่วงเวลาที่เดินทางไปไหนมาไหนต้องไปเพียงช่วงกลางวันเท่านั้น สบายใจ สะดวกและอุ่นใจกว่าเยอะเลยจ้า 


ไลฟสไตล์ LA เป็นเมืองใหญ่ พื้นที่ค่อนข้างกว้าง มีขนส่งสาธารณะที่ดีเช่นกัน แต่อาจจะไปถึงจุดหมายปลายทางด้วยการต่อรถสาธารณะหลายต่อหน่อย คนส่วนใหญ่จึงนิยมมีรถขับ ไปมาสะดวกมากกว่า สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติก็มีหลากหลาย
 
กิจกรรมมีให้ทำก็มากมายเลยทีเดียว เหมาะสำหรับน้อง ๆ ที่ไม่ชอบความวุ่นวาย ชอบกิจกรรม Outdoor ก็ต้องไปนี่ LA เลยจ้า  ส่วน NYC เป็นเมืองใหญ่เช่นกัน ผู้คนดูเร่งรีบ คนเยอะทั้งคนในพื้นที่และนักท่องเที่ยว ก็จะดูวุ่นวายไปหน่อย คนใน NYC ใช้บริการขนส่งกันมากกว่าขับรถเอง เพราะสะดวกกว่ามากจริง ๆ ค่ะ เชื่อมต่อไปได้ทุกที่ทุกแห่ง ถ้าจะให้พี่แอดมินเปรียบเทียบให้มองง่าย ๆ LA ก็เหมือนต่างจังหวัด ส่วน NYC ก็กรุงเทพเราดี ๆ นี่เองค่ะ พอนึกออกแล้วใช่มั้ยคะ 
 

ถ้าถามพี่แอดมิน พี่ชอบ LA มากกว่าค่ะ การดำเนินชีวิตใน LA สนุกมาก ศึกษาวัฒนธรรมใหม่จากเพื่อนหลากหลายเชื้อชาติ และได้เที่ยวในช่วงวันหยุดที่คุ้มค่ามาก ที่พี่ไปบ่อย ๆ มี Universal Studio, Disneyland (ซื้อตั๋วปีเข้ากี่ครั้งก็ได้ค่ะ), Camping กางเต๊นท์นอน ทำอาหารกินเอง สัมผัสอากาศหนาวเย็น ที่มีหิมะบนยอดภูเขา ยกตัวอย่างพอแค่นี้ดีกว่า พี่อยากให้น้องไปสัมผัสด้วยตัวเองจริง ๆ ค่ะ #เรียนด้วยเที่ยวด้วย 


ราคาค่าเรียน สองเมืองนี้ไม่ต่างกันมากหากเปรียบเทียบโปรแกรมเดียวกัน แต่หากน้อง ๆ ได้เตรียมความพร้อม ศึกษาข้อมูลของสถาบันที่น้องเลือก ก่อนตัดสินใจสมัครเรียนต่อ อาจโชคดีได้ทุนเรียนฟรีในเทอมที่สมัครหรือปีแรกของการศึกษา แต่ต้องเป็นไปตามกฎเกณฑ์ทางมหาวิทยาลัยกำหนด เช่น GPA, คะแนนสอบ IELTS,TOEFL ถึงเกณฑ์  

ทั้งสองเมือง LA และ NYC จะมีสถาบันศึกษาความเฉพาะทางระดับโลก เช่น LA ก็จะมีสถาบันที่สอนเด่นด้านภาพยนตร์ การแสดง การละคร ส่วน NYC ก็จะเป็นด้านแฟชั่น หรือด้านการเงินที่โด่งดัง 
 

หากจบมาได้ฝึกงานจริงในสถานที่จริง บริษัทมองเห็นศักยภาพการทำงานของเรา มีโอกาสได้ทำงานที่นั่นก็สูงเลยทีเดียวค่ะ ราคาอาจแรงในบางโปรแกรม แต่คุ้มมากเมื่อได้มาเรียนในสถานที่เสมือนการทำงานจริงเป็นประสบการณ์ที่ดีมาก


จำนวนคนไทย เรียกว่าทั้งสองเมืองมีคนไทยอยู่รวมกันในพื้นที่หนึ่ง บริเวณนั้นก็จะมีตลาดไทย ร้านอาหารไทย คนไทยก็จะเยอะเป็นพิเศษค่ะ เดินผ่านนี่รู้เลยเพราะพูดคุยกันเป็นภาษาไทย น้อง ๆ แทบจะไม่รู้สึกเหงาเลย เหมือนอยู่ไทยมาก ๆ ฮ่าๆ แต่ห่างออกจากพื้นที่นั้นมาหน่อย ก็เหมือนเป็นอีกโลกเลยล่ะค่ะ เพราะสังคมไทยไม่ได้ใหญ่ขนาดนั้น แต่ก็ถือว่ามีคนไทยเยอะ แต่แค่บางพื้นที่เท่านั้น 

ถึงแม้ว่าคนไทยจะเยอะและน้องกลัวมีผลกับภาษาอังกฤษ กลัวพูดไม่ได้ อันนี้พี่ว่าขึ้นอยู่กับน้อง ๆ นะคะ ว่าจะเลือกคุยกับเพื่อนต่างชาติหรือคนไทย อยากได้ภาษาต้องเลือก Hangout กับเพื่อนต่างชาติดีกว่านะคะ ฝึกภาษา พูดคุยทุกวันมันต้องได้ภาษาอังกฤษแน่นอนค่ะ 


 
“เพราะการศึกษาคือการลงทุน ควรศึกษาก่อนออกเดินทางนะคะ”

 

สภาพอากาศ
 
Los Angeles : อากาศสดใสเกือบตลอดทั้งปี ท้องฟ้าใสและโปร่งมาก  ฤดูหนาวอากาศเย็นสบายกำลังดี อุณภูมิต่ำสุดไม่เกิน 10 องศาเซลเซียส ไม่หนาวมากต้องเมืองนี้ แต่อุณหภูมิขนาดนี้ สำหรับคนไทยหนาวเลยใช่มั้ยคะ แต่จะมีหิมะบนยอดเขา ปกติกิจกรรมสำหรับ 3 ฤดูใน LA ก็กิจกรรมเยอะอยู่แล้ว แต่พอฤดูหนาวมา ก็แพลนกันไว้กับเพื่อน ๆ  เล่นสกี สโนว์บอร์ด เสก็ตบอร์ด กิจกรรมยิ่งมากขึ้น อากาศหนาว ๆ แบบนี้แทบไม่มีเวลาให้เหงาเลย


New York City : อากาศหนาวเย็น ช่วงฤดูหนาว หิมะตกปกคลุมทุกพื้นที่รวมทั้งในตัวเมืองนิวยอร์ก ฤดูหนาวมาทีนึง เหมือนเสกให้ New York เป็นเหมือนเมืองดั่งในนิยายเลย สวยไปอี๊ก เตรียมเสื้อโค้ทกับบูทหนังให้พร้อมเลย แชะ! รูปภาพสวย ๆ ไว้อัพลงสตอรี่กันเลยจ้า


*ช่วงเปลี่ยนฤดูก็จะมีกิจกรรมที่แตกต่างกันไป เป็นที่ท่องเที่ยวสวยงามแตกต่างกันไป มีที่ให้เที่ยวตลอดทั้งปีเลยค่ะ



ค่าครองชีพ

Los Angeles :  เมืองใหญ่เป็นที่นิยม ค่าครองชีพ LA สูงกว่าเมืองอื่น ๆ แต่ถูกกว่า NYC ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนอาจสูงกว่า NYC ถ้าหากน้องมีรถขับเป็นของตัวเอง จะมีภาระเพิ่มขึ้นจากค่าน้ำมัน และค่ารักษาดูแลรถ ในอเมริกาค่าช่างเฉพาะทาง ไม่ว่าจะสายงานไหนก็ตามราคาสูงลิ่วเลยนะคะ พี่มาบอกเล่าสิ่งที่คนมีรถใน LA พึงต้องรู้ ก่อนตัดสินใจซื้อรถ แต่ถ้าเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ ก็ไม่ต้องกังวลไป ค่าตั๋วรถเมล์หรือรถไฟใต้ดิน (Subway) ถูกค่ะ วิ่งตลอดเส้นทางราคาเดียว
 


New York City : สูงค่ะ ค่าครองชีพสูงเป็นเมืองอันดับต้น ๆ ของ Top 5 เลย ยกตัวอย่างราคาอาหารสูงกว่า LA $2-$3 แต่ก็มีทางเลือกให้น้อง ๆ ได้เลือกสรรใช้จ่ายนะคะ ไม่ได้แพงไปซะทุกอย่าง ทั้งที่พัก ร้านอาหาร อีกอย่างอยู่ NYC ใช้บริการขนส่งสาธารณะซะส่วนใหญ่ ก็หมดห่วงค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับรถไปได้เลย ไม่ว่าจะค่าน้ำมัน ค่าดูแลรักษารถ ค่าช่างซ่อม 

 

การเดินทาง
Los Angeles : ระบบขนส่งสาธารณะสะดวก แต่ถ้ามีปัจจัยมีรถจะสะดวกมากขึ้น เมืองติดทะเลสามารถขับเลียบชายหาดไปเที่ยวยาวไปถึง San Diego และ San Francisco ได้เลยค่ะ สูดอากาศบริสุทธ์ Fresh Air คนใน LA ส่วนใหญ่ขับรถเปิดกระจกนะคะ อย่าตกใจไปนะคะ เป็นเรื่องปกติมากๆ
 


New York City : รถค่อนข้างติด คนส่วนใหญ่ใช้ระบบขนส่งสาธารณะมากกว่าขับรถ   Subway เป็นทางเลือกที่ดีที่สุด เชื่อมต่อไปสถานที่ต่าง ๆ ได้โดยง่าย หรือไปเมืองที่ใกล้เคียงเช่น Boston ก็แสนสะดวก ในเมืองนี้เสียงบีบแตรก็อาจจะดังถี่ ๆ หน่อย ฮ่าๆ เมื่อได้ยินเสียงเหล่านี้ แปลว่า ได้มาถึง NYC แล้วค่ะ Welcome to NYC!!! 

 


ที่พัก

Los Angeles : หากให้โรงเรียนจัดหาให้ อุปกรณ์ที่จำเป็นในห้องพักค่อนข้างจะครบครัน สำหรับราคาไม่ต่างกันมากนัก ความปลอดภัยสูง สิ่งอำนวยความสะดวก มีใกล้ละแวกที่พัก และไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก หรือถ้าจะหาที่พักเองใน LA มีหลายแบบให้เลือก Studio, 1-2Bedroom หรือหาจากเว็บไซต์ประกาศหาคนแชร์ห้อง ราคาเริ่มต้นที่ $200-$1,000/สัปดาห์ 
 
 
 

New York City :  หากให้โรงเรียนจัดหาให้หรือหาที่พักเองใน NYC มีหลายแบบให้เลือก Studio, 1-2Bed เช่นกัน มีหลายราคา ขึ้นอยู่กับพื้นที่อยู่ในย่านไหน เริ่มต้นที่ $500/สัปดาห์ แนะนำให้เลือกไม่ไกลจากโรงเรียนมากนักเพราะช่วงเช้าการเดินทางขนส่งสาธารณะค่อนข้างหนาแน่นเพราะคนใช้ขนส่งสาธารณะกันซะส่วนใหญ่เดี๋ยวจะเข้าเรียนไม่ทันนะคะ 

*หาเพื่อนมาแชร์ห้องช่วยประหยัดได้เยอะจริง ๆ ค่ะ


ความปลอดภัย
Los Angeles : ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่น้อง ๆ เลือกค่ะ ถ้าผู้จัดหาที่พักให้คือทางสถาบันที่น้องไปเรียน เค้าจะเลือกบริเวณที่มีความปลอดภัยสูง และไม่ไกลจากโรงเรียนมากนัก และใกล้สิ่งอำนวยความสะดวก

New York City : ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่น้องเลือกค่ะ ระยะทางจากโรงเรียนและที่พักไม่ไกลกัน ถึงที่พักในเวลาอันสั้น และไม่ควรเดินทางไปในที่เปลี่ยวหรือสถานที่สุ่มเสี่ยง หรือที่คนเยอะจนเกินไป ควรเลือกที่พักที่มีระบบความปลอดภัยตลอด 24 ชั่วโมง 


ไลฟสไตล์(จุดเด่นของเมือง)
 
Los Angeles : คน LA การใช้ชีวิตช้าลงหน่อย วุ่นวายน้อยกว่า LA รวมความ Entertain ไว้ที่นี่คือ บนถนน Hollywood คนรักภาพยนตร์ ละคร ซีรีย์ มีกิจกรรมของภาพยนตร์ใหม่ที่กำลังจะเข้าฉาย ให้ร่วมสนุกกันที่นี่  มีทะเล Santa Monica Pier เป็น Landmark ของ LA ที่ต้องเช็คอินเมื่อมาถึง มีภูเขาเยอะสูงต่ำลดหลั่นกันไปให้ปีนป่ายขึ้นไปดูวิวของ LA มุมกว้าง เกือบ 360 องศาที่ Griffith Park ส่วนกิจกรรม Outdoor หรือกีฬาทางน้ำให้ทำมากมาย เพราะเมือง LA อยู่ในรัฐ California ติดมหาสมุทรเลยค่ะ ชายหาดทะเล เป็นแถวยาว ขับรถเลียบชายหาดไปดูพระอาทิตย์ตกไปด้วย สวยแบบไม่รู้ลืม และประทับใจมาก ถ้ามีรถขับไปไหนมาไหนสะดวกมาก ๆ เลยสำหรับ LA ค่ะ
 

New York City : พูดถึง NYC นึกถึงตึกสูง ๆ  เป็นเมืองไม่เคยหลับไหล คนใน NYC การใช้ชีวิตค่อนข้างเร่งรีบ รถติด ค่อนข้างวุ่นวาย มีแหล่งท่องเที่ยวมากมายดึงดูด คนมาเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก เช่น Liberty Statue, Central Park, Wall Street, Time Square และอื่นๆ  มีสถาปัตยกรรมยุโรปสวยงาม เหมาะสำหรับผู้ชอบถ่ายรูป และมีละครเวทีบอร์ดเวย์ที่มีชื่อเสียง ในช่วงวันหยุดน้อง ๆ สามารถเช่ารถ/ขับรถไปเที่ยว Boston, Portland ในรัฐ Maine หรือ Washington DC แพลนไว้ล่วงหน้าได้เลยค่ะ สุดสัปดาห์นี้เที่ยวไหนดี



ราคาค่าเรียน
Los Angeles : โปรแกรมเรียนภาษาราคาโดยเฉลี่ยเทียบกับเมืองอื่น ๆ เป็นราคากลาง ๆ ไม่ได้แพงเว่อเกินไป แต่ขึ้นอยู่กับโรงเรียนที่น้องเลือกด้วยนะคะ ตรวจสอบ ค่าเรียนใน LA ส่วนการเรียนด้านภาพยนตร์โดยตรง ราคาสูงเลยทีเดียว เพราะด้วยการเรียนและใช้อุปกรณ์จริง และได้เรียนสถานที่ถ่ายทำจริง อุปกรณ์การถ่ายทำราคาแต่ละชิ้นแพงเอาเรื่อง LA เป็นจุดมุ่งหมายที่ดีในการเริ่มต้นเรียนด้าน film แต่หากจบมาก็ได้เครดิตจากสถาบันนั้น ๆ ไปเลยจ้า
 

New York City : โปรแกรมเรียนภาษาในนิวยอร์ก บางทีเป็นโรงเรียนสอนภาษาแห่งเดียวกันแต่ต่างกันเรียนที่ NYC ราคาจะสูงกว่า LA ซักหน่อย ตรวจสอบ ค่าเรียนใน NYC ที่เด่น ๆ สำหรับนักเรียนต่างชาติมาอีกสาขาที่มีชื่อเสียงในนิวยอร์กก็เป็นสายแฟชั่น หรือสายการเงิน Finance ก็จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากนักเรียนต่างชาติทั่วโลก จุดเริ่มต้นสายแฟชั่นกับการเงินต้องนึกถึง NYC เลยจ้า 
 


>> ปรึกษาและสอบถามฟรี!!! ราคาเรียนต่อทุกสาขาทุกโรงเรียน <<



จำนวนคนไทย
Los Angeles : มีป้ายระบุว่า Thai Town อยู่บนถนน Hollywood คนไทยเยอะเลยจ้าที่นี่ ทุกเช้าวันเสาร์มีใส่บาตรด้านหน้าตลาดไทยด้วยนะคะ เป็นชุมชนที่คนไทยอยู่กันค่อนข้างหนาตา และมีกระจายไปพื้นที่ต่างๆ ถือว่า LA มี Thai community ที่ค่อนข้างใหญ่เลยจ้ะ

New York City : ไม่ได้มีป้ายระบุว่าเป็น Thai Town เหมือน LA นะคะ คนไทยใน NYC ส่วนใหญ่อยู่กระจัดกระจาย แถว Elmhurst ก็จะมีร้านอาหารไทย ซุปเปอร์มาร์เก็ตไทย ให้เลือกจับจ่ายใช้สอยของไทย ๆ กันละแวกนี้

 
 

 
สรุป
พี่จะมาสรุปให้น้องๆ ได้เข้าใจง่ายขึ้นว่าแบบไหนที่ใช่ ที่ใกล้เคียงกับ Lifestyle เรามากที่สุด 

*เลื่อนซ้ายขวา>> เพื่อดูตารางสรุป 

LOS ANGELESNEW YORK CITY
อากาศฤดูร้อนคล้ายเมืองไทย, ฤดูฝนน้อยมาก,ฤดูหนาวเย็นสบาย,มีหิมะบนยอดเขาบางพื้นที่ฤดูร้อนคล้ายเมืองไทย, ฤดูฝนเฉลี่ยหลายวัน ฤดูหนาวอากาศเย็นหิมะตก
ค่าครองชีพจ่ายได้โดยรวมแพงกว่า LA 
การเดินทางถ้ามีปัจจัยมีรถสะดวกกว่าขนส่งสาธารณะสะดวกกว่า
ที่พักเริ่มต้น $200-$1,000/สัปดาห์เริ่มต้น $500-$1,000/สัปดาห์
ความปลอดภัยขึ้นอยู่กับพื้นที่น้องเลือกขึ้นอยู่กับพื้นที่น้องเลือก
ไลฟสไตล์สบายๆ,ทะเล,ธรรมชาติ,กิจกรรม Outdoor ทางบกและทางน้ำเร่งรีบ,สายแฟชั่น,สาย Finance, มีสถาปัตยกรรมที่สวยงาม
ราคาค่าเรียนเหมาะสม,มีทุนการศึกษา,ราคาสูงบางสาขา/โรงเรียนเหมาะสม,มีทุนการศึกษา, ราคาสูงบางสาขา/โรงเรียน
จำนวนคนไทยอยู่เป็นกลุ่มใหญ่บนถนน Hollywood และกระจายไปทั่วพื้นที่ใน LAอยู่อาศัยกระจัดกระจาย แต่พบคนไทยได้ในพื้นที่ Elmhurst  

ตาคุณแล้วไปเปิดรับประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยกันกับเรา ABROADY THAILAND
ทำไมต้องให้เราจัดการให้ สมัครเองหรือใช้เอเจ้นท์ดี

ไม่อยากเสียโอกาสแล้ว Click >> สมัครเลย 
 
 
พร้อมแล้วสมัครเลย

“เรียนต่อต่างประเทศได้อะไรมากว่าที่คุณคิด รู้แบบนี้แล้ว ไปหาโปรแกรมเรียนกันเลยคะ “

รู้แบบนี้แล้วรอช้าอยู่ใย รีบตามหาโปรแกรมที่ใช่ ประเทศที่โดน แล้วไปพัฒนาศักยภาพในตัวกันเลยค่ะ พี่ๆ ABROADY ได้แนบลิ้งค์เพื่อให้น้อง ๆ พี่ ๆ ได้เข้าไปเพื่อสามารถเช็ค

โปรแกรม ประเทศ และราคาด้ด้วยตัวเองด้านล่างนี้ พร้อมสามารถกดจองโปรแกรมที่สนใจไว้ได้เลย หากมีข้อสงสัยด้านการไปเรียนต่อต่างประเทศสอบถามทีมงาน ABROADY ได้ตลอดเวลาคะ

Powered by MakeWebEasy.com