ระบบการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา Education system

สิ่งที่ต้องมีในการศึกษาด้านวิชาการ
     คุณสมบัติที่ต้องมีในการเข้ารับการศึกษาในระดับ มหาวิทยาลัยและระดับคอลเลจคือ โดยปติแล้วผู้เข้ารับการศึกษาจะต้องจบการศึกษาในระดับมัธยมศึกษาตอนปลายหรือที่เรียกว่า  Hight scholl ในประเทศสหรัฐอเมริกาซึ่งจะต้องมีผลการเรียนในสายวิชาที่มีความเฉพาะของแต่ละสายที่เลือกเข้ารับการศึกษา ยิ่งไปกว่านั้น โรงเรียนส่วนใหญ่ต้องการผลการสอบที่ได้รับมาตรฐาน เช่น SAT Reasoning Test (Scholastic Assessment/ Aptitude Test)

สิ่งที่ต้องเตรียมในด้านภาษา 
     บางโรงเรียนในประเทศสหรัฐอเมริการับนักเรียนที่ได้รับการรับรองใบประกาศนียบัตรที่อยู่ในรับดับสูงด้านภาษาอังกฤษจากโรงเรียนระดับมัธยมศึกษา และในส่วนของการเข้ามหาวิทยาลัยนั้นจะต้องมีผลการสอบที่เป็นมาตรฐานสากล เช่น TOEFL (Test of English as a Foreign Language) หรือ IELTS (International English Language Testing System) เพื่อทดสอบระดับทางภาษาอังกฤษ
ระบบการออกผลการเรียน
     เกือบทุกอย่างที่ทำในห้องเรียนล้วนมีผลผลการเรียนทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น การสอบเล็กหรือใหญ่ การบ้าน งานในห้องเรียน รายงานต่างๆ และการเข้าห้องเรียนในแต่ละครั้ง ซึ่งผลการเรียนโดยปกติแล้วจะเป็น A ถึง F หรือ 0-4 สำหรับผลการเรียนในแต่ระดับนักเรียนจำต้องรักษาผลการสอบในระดับเปอร์เซ็น เช่น เพื่อให้ได้รับเกรด A  หรือ 4 โดยปกติแล้วจะต้องทำข้อสอบถูกต้อง90-100% ส่วน Bหรือ 3 จะต้องทำให้ได้ 80-90% เลยทีเดียวและเรียงลำดับผลการเรียนลงมาในการทดสอบโดยปกตินั้นช่วงกลางภาคเรียนและครั้งนึงก่อนจบการศึกษาจะมีการจัด quizzesหรือ test ในระหว่างภาคเรียน โดยหลายครั้งที่อาจต้องมีการมำรายงานหรือโปรเจ็คซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของผลการศึกษา
ระบบหน่วยกิตและภาคเรียน
     ในแต่ละโปรแกรมของระดับมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาจะนับเครดิตเรียกเป็นชั่วโมงหรือ หน่วย โดยปกติแล้วจบการศึกษาหน่อยกิตจะอยู่ที่ประมาน 130-180 หน่วย  1หน่วยกิตจะเท่ากับ 50นาทีของเวลาเรียนในแต่ละสัปดาห์ ซึ่งจะเข้าเรียน 3ครั้งต่อสัปดาห์จะเท่ากับได้รับ 3 หน่วยกิต สำหรับนักเรียนเต็มเวลาจะได้รับ 15 หน่วยกิตต่อ เทอม โดยนักเรียนจะมีที่ปรึกษาเพื่อทำการวางแผนในการเรียนแต่ละเทอมเพื่อให้ครบหน่วยกิต โรงเรียนส่วนใหญ่ในประเทศสหรัฐอเมริกาจะมี 2ภาคเรียน ในแต่ละเทอมจะมีประมาน 15-17สัปดาห์ โดยเทอมฤดูใบไม้ร่วงจะเริ่มช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงเดือนกันยายนและจะสิ้นสุดก่อนหรือหลังช่วงคริสต์มาส และเทอมฤดูใบไม้ผลิจะเริ่มในช่วงต้นเดือนถึงกลางเดือนมกราคม จบไปถึงเดือนพฤษภาคมหรือบางครั้งอาจไปถึงเดือนมิถุนายน แต่ในบางโรงเรียนจะมี 3 เทอมการศึกษาในแต่ละเทอมจะเรียนประมาน 10สัปดาห์
ค่าใช้จ่าย Tuition Fee
     ค่าใช้จ่ายทั้งค่าเล่าเรียนและการใช้ชีวิตความเป็นอยู่นั้นขึ้นอยู่กับความแตกต่างสถาบันการศึกษาเมืองเมืองที่อยู่ซึ่งสอบถามเพิ่มเติมในแต่ละโปรแกรมของแต่ละสถาบันศึกษาได้ที่เจ้าหน้าที่ของ abroadythailand ในส่วนของค่าอาหารที่พักความเป็นอยู่ต่างๆ จะอยู่ประมาน USD $1,100 (38,500บาท) ต่อเดือน 
     สำหรับค่าเล่าเรียนในระดับมหาวิทยาลัยที่อาจค่อนข้างสูงนั้นเห็นแล้วอย่าเพิ่งตกใจไปเพราะในประเทศสหรัฐอเมริกามีระบบกู้เรียน หรือ มีทุนมากมายในหลายมหาวิทยาลัย ซึ่งหากต้องการคำปรึกษาค่าใช้จ่ายโดยละเอียดสามารถรับคำปรึกษากับทางเจ้าหน้าที่ของ abroadythailand ได้เลย

โปรแกรมที่น่าสนใจ

New

*ราคานี้ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสุทธิ* San Francisco เป็นเมืองที่น่าหลงใหลที่มีภูมิประเทศและมีวัฒนธรรมที่หลากหลายอันเป็นเอกลักษณ์ ด้วยเนินที่สูงชัน, รถราที่ดูแปลกตา, สวนสาธารณะที่งดงาม

฿ 6,120 ฿ 6,120
New

*ราคานี้ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสุทธิ* ILSC campus ตั้งอยู่ ณ ศูนย์กลางดาวน์ทาวน์ ใกล้กับสะพาน Brooklyn อันเลื่องชื่อ ที่แห่งนี้ นักเรียนจะได้จับคู่กับบุคลากรผู้ดูแลที่สามารถตอบคำถามของคุณได้ตั้งแต่ประสบการณ์ภายในโรงเรียน ไปจนถึงร้านพิซซ่าที่ดีที่สุดของนิวยอร์ก!

฿ 6,120 ฿ 6,120
New

*ราคานี้ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสุทธิ* Boston เป็นเมืองที่โด่งดังด้วยจำนวนสถานศึกษามากมายราวกับเป็นเมืองของนักเรียน คุณจะพบว่าเมืองนี้เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์, ร้านกาแฟที่น่าสนใจ, และมีพื้นที่สีเขียวมากมายให้ผ่อนคลาย

฿ 12,988 ฿ 12,988
New

*ราคานี้ยังไม่ใช่ค่าใช้จ่ายสุทธิ* Kings Los Angeles (Hollywood) ตั้งอยู่ภายในเมืองแห่งความบันเทิงของโลก และได้นำเสนอการเรียนภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพสูงแก่นักเรียน

฿ 5,100 ฿ 5,100
Powered by MakeWebEasy.com